หารายได้ทางอินเตอร์เน็ต

แฉ ธุรกิจเครื่อข่าย ถ้ามันดีจริง ทำไมส่วนมาก ทำแล้วล้มเหลว

คุณคิดว่า คนส่วนใหญ่ หลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย เพราะอะไร วันนี้ผมมีคำตอบ อธิบายสำหรับท่านที่คิดจะเข้าลงการลวงโลก วงการมายา คุณจำเป็นต้องศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ เรื่องจริงที่ทำไมคน 99% ต้องล้มเหลวจากการทำธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจขายตรง MLM
และนี่คือ เหตุผลของคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย…
- ถูกขายฝัน ทำธุรกิจเครือข่าย ขายตรงแล้วจะมีรายได้ 6-7 หลักต่อเดือน
- ได้ทำงานอยู่กับบ้าน มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่ต้องถูกพันธณาการด้วยเครื่องตอกบัตร ตอน 8 โมงเข้า
- ไม่ต้องเร่งรีบแต่เช้า เพื่อออกไปทำงานประจำให้ตรงเวลา
- คุณจะมีอิสระภาพทางด้านการเงินและเวลา
- พักผ่อนได้อย่างอิสระ ท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้
และผมเชื่อว่าสิ่งต่างเหล่านี้คุณต้องเคยทำมาแล้ว
OLD MLM SCHOOL สอนคุณแบบนี้ใช่ไหม?
- ลิสต์ทุกรายชื่อผู้มุ่งหวัง แม้กระทั่งคนที่ห่างคุณแต่เพียงฟุตเดียว
- ซื้อบัตรเข้าประชุมทุกครั้งเพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ  จดทุกรายละเอียดของ ข้อดีของผลิตภัณฑ์
- โทรนัดหมาย,หารายชื่อผู้มุ่งหวังด้วยวิธีการต่างๆ, ตอบข้อโต้แย้ง
- คุยว่าแผนรายได้จ่ายดีกว่าของค่ายอื่น
- ชวนเพื่อน ชวนญาติ เข้าฟังการบรรยายแผนรายได้ และผลิตภัณฑ์
- จ่ายเงินลงโฆษณาหาผู้มุ่งหวัง แจกใบปลิวแบบลมๆแล้งๆ
และสุดท้าย อัพไลน์ของคุณสอนแบบนี้ใช่ไหม?
– ธุรกิจของเรา “ไม่ใช่งานขาย”
- แผนของเราทำง่ายจ่ายมากกว่าที่อื่น
- มีระบบที่ดีที่สุด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
- ผลิตภัณฑ์ของเราดีที่สุด เป็นสุดยอดนวัตกรรมใหม่….
- ธุรกิจเครือข่ายทำง่ายๆ แค่เลียนแบบทำซ้ำ คุณก็สำเร็จได้ หรือ ผมทำได้…คุณก็ทำได้

หรือคุณคิดว่า วิธีที่อัพไลน์สอน เป็นวิธีการที่ดีที่สุดจริง แล้วทำไมคุณถึงได้…
” ถูกปฎิเสธไม่ยอมรับโทรศัพท์  ถูกเบี้ยวนัดซ้ำแล้วซ้ำอีก  เสียเพื่อนเสียญาติไปกับการทำธุรกิจนี้ “
หรือว่านี่คือ….การเลียนแบบทำซ้ำตามที่อัพไลน์คุณสอน
หรือว่านี่คือ….ระบบที่ดีที่สุด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
เราลองมาวิเคราะห์สาเหตุกันดูชัด ๆ อีกทีละกันครับ..
เพราะคนมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์…เข้ามาในธุรกิจนี้เพราะถูกขายฝันบนเวที ให้มีรายได้ 6-7 หลักต่อเดือน
เพราะคนมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์…เข้ามาในธุรกิจนี้เจ็บปวด ล้มเหลว เสียเงินเสียทองไปมากกว่าได้
เพราะคนมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์…เชื่อว่าการเลียนแบบทำซ้ำคือ…“วิธีทำธุรกิจที่ถูกต้องแล้ว”


เพียงแค่นี้จริงๆหรือ คือ…..การสร้างธุรกิจของคุณ
ผลที่ได้รับ sponsor ใครไม่ได้เลย หรือ สมัครแล้วแต่ก็ไม่สามารถขยายเครือข่ายได้
ก็เลียนแบบทำซ้ำตามที่อัพไลน์สอน แล้วทำไม…ยังล้มเหลว
หรือว่านี่คือ….หลุมพรางหรือคำโกหก ที่ OLD MLM SCHOOL สอนคุณ
ผมเองก็เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน มันทำให้ผมมองย้อนกลับไปคิดอีกทีว่า ทำไม ทำไม แล้วก็ทำไม ผมถึงได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมกับธุรกิจลวงโลก ธุรกิจที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม อัพไลน์ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องจริงในการทำธุรกิจ สิ่งที่เขาทำ ก็เป็นสิ่งที่เขาเองไม่ชอบเหมือนกัน ต้องมาคอยนั่งโทรศัพท์ตามผู้มุ่งหวัง ชวนเข้าประชุมตามสถานที่ต่าง ๆ ซื้อบัตรให้ฟรี ๆ เพื่อชักจูงเข้ามาเรียนรู้ สุดท้ายเป็นไงครับ แรก ๆ ก็สนใจดี รับสายบ้าง แต่หลังจากนั้น เงียบหายไป ไม่รับโทรศัพท์เราอีกเลย แม้แต่เพื่อนเราเอง เสียเพื่อนครับ ไม่อยากคุยด้วย แรก ๆ เราเองก็มีแรงดีอยู่ครับ เข้าห้องประชุมเพื่อเข้าฟังแผนรายได้ ฟังรายได้ของคนอื่น ที่เขาทำไม่กี่เดือนก็มีรายได้ เป็นหมื่นเป็นแสน ผมรู้ว่าทุกท่านก็เป็นเหมือนผม เหนื่อยและท้อแท้ กับความพยายามทำในสิ่งที่อัพไลน์สอน …แนวทางการทำธุรกิจเครือข่ายมีแค่นี้จริง ๆ หรือ?
แต่ที่นี้ เรายอมรับว่าเราเป็นธุรกิจเครื่อข่ายจริง แต่ ไม่ใช่การขายฝัน ไม่ใช่ การหลอกลวง เพราะคนที่ประสบความสำเร็จนี้คือคนที่ขยันจริงๆ และมีความเชื่อที่เข้มแข็งเท่านั้นเพราะสิ่งที่จะทำให้14 richonnet ของเรามั่นคง คือ เราเน้น สร้างเครือข่ายผู้บริโภคที่แท้จริง 100% ที่นี่ เราแตกต่าง! เพราะ ไม่ใช่การไล่ล่าคนเพื่อมาสมัครต่อกันชั่วคราว โดยที่สมาชิก ไม่สนใจสินค้า หรือ บริการเลย และ ไม่ต้องเทรนคน เราจะให้ระบบได้สอนคุณ ซึ่งนั่นทำให้สมาชิกของเรา ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องสนใจคำว่า "ธุรกิจใหม่ ต้นสาย" อีกต่อไป..
หากคุณเป็น คนหนึ่ง ที่ต้องการสร้างรายได้แบบระยะยาว ที่ยั่งยืน ไม่ต้องทำๆเลิกๆ ทำๆย้ายๆ 14 richonnet คือ คำตอบที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ค่ะ
พวกเราจะพิสูจน์ให้คุณรู้ว่า.. เงินพันกว่าบาท ก็สามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงให้คุณ และ อนาคตคุณด้วย (รับอีกสองคนเท่านั้น)
สมัครกับเรา ที่นี่เลย..http://bit.ly/1tuEG32

เครดิต http://secret4mylife.wordpress.com/

ข้อความให้กำลังใจ สำหรับผู้ที่กำลังท้อแท้


ขอให้กำลังใจทุกคนเมื่อท้อแท้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในยามลำบาก


เราจะให้ข้อความพวกนี้เป็นตัวช่วยให้คุณสามารถ เอาชนะอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นไปได้



เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ



































เครดิต:https://www.facebook.com/Howtorich14?ref=hl




วิธีรวยแปลกๆ ในประวัติศาตร์โลก

วิธีรวยแปลกๆ ในประวัติศาตร์โลก


สิ่งที่จะอ่านต่อไปนี้ ขอเตือนว่าอย่าทำเป็นเยี่ยงอย่าง หรือถ้าจะทำ ถ้าคิดว่าทำได้ ก็จะลองดูก็ได้ผมก็ไม่สามารถห้ามชีวิต ของทุกท่านได้ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมแนะนำ ยอมเป็นหนี้ หรือ ใช้หนี้อย่างช้า ๆ ดีกว่ารวยด้วยวิธีการแบบที่ผมจะลงให้ดูแบบนี้ดีกว่า
ชีวิตต้องเดินไปทีละ step อย่าคิดทำอะไรทางลัดเด็ดขาดนะจ้ะ ....

แต่ถึงกระนั้น ถึงคุณเป็นหนี้เป็นล้าน ๆ บาท คุณก็ไม่มีทางที่จะทำวิธีที่ผมจะลงให้ดูได้หรอก 
ถ้าคุณจะทำ แล้วคิดว่าทำได้แน่ มีอย่างเดียว .....
คือคุณ ต้อง "เสียสติ" ไปแล้วแน่ ๆ


อันดับ 6. เบลล์ กันเนส (Belle Gunnes) ฆ่าเอาประกัน



เบลล์ กันเนส (เกิด ค.ศ. 1859 ตาย ค.ศ. 1931??)

ฆาตกรสาวที่มีวิธีหาเงินแบบหน้าด้านๆ ที่ปัจจุบันมักทำกัน นั้นคือ ฆ่าเอาประกัน” ที่มันช่างง่ายและได้เงินดีเสียด้วยสิ

  เบลล์ กันเนส อพยพจากประเทศนอร์เวย์มาสหรัฐอเมริกา     ใน1881และแต่งงานกับสามีจากนั้นก็ซื้อบ้าน แต่อยู่ไม่ถึง     หนึ่งปีบ้านก็ไฟไหม้
 
แม้จะน่าสงสัยแต่บริษัทประกันยินดีจ่ายให้เธอเป็นเงิ น $3,000

จาก นั้นเบลล์ก็ประกาศหาสามีในหนังสือพิมพ์ สองปีต่อมามีชายหลายคนที่เป็นสามีหายไปในฟาร์มเธอไปห ลายราย และเธอก็ได้เงินประกันจากการสามีหายซะด้วยสิ
ในตอนท้าย 28 เมษายน 1908 ผู้ คนเกิดความสงสัยม่ายสาวคนนี้ 
เลยบุกเข้าฟาร์มเพื่อค้นบ้าน ตำรวจที่ค้นพบร่างสี่ร่างในห้องใต้ดิน ผู้ใหญ่หนึ่ง และเด็กสาม ที่คาดว่าเป็นลูกของเธอ จากนั้นก็ค้นพบร่างอีก 12 ร่าง ที่ระบุไม่ได้เป็นใครเพราะถูกตัดหัว
ส่วนตัวเบลล์นั้นเธอชิงฆ่าตัวตายก่อนโดยการเผาตนเองพ ร้อมบ้าน แต่ผลชันสูตรศพของเธอนั้นหลายฝ่ายไม่เชื่อว่าศพนี้เป็นของเธอ เพราะศพนั้นเตี้ยกว่าส่วนสูงของเบลล์ถึงหกฟุต ต่างกันกว่าสองนิ้ว??
เธอทำเงินมากเท่าไหร่?
คะเนได้ว่าสาวคนนี้ทำเงินไป $ 30,000 จากสามีต่างๆผู้ซึ่งได้รับดูดในโดยโฆษณาหนังสือพิมพ์ บ้านถูกไฟไหม้(ซึ่งไหม้ประจำ)เป็นครั้งละ $ 250,000 


อันดับ 5. แฮร์กับเบอร์ค (Hare & Burke William) ดักฆ่าคนกลางทางแล้วเอาศพไปขายให้นักศึกษาแพทย์ 




แฮร์กับเบอร์ค (Hare & Burke William)
คนสองคนทำอะไรก็ได้เพื่อเงิน...ในช่วงศตวรรษ 19 อังกฤษ
อยู่ในช่วงพัฒนาด้านการผ่าตัดเพื่อรักษา ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องศึกษาร่างกายให้ถี่ถ้วน โดยใช้ร่างของคนตายมาชำแหละเพื่อทำการวิจัย
แต่การโดนจำกัดเรื่องกฎหมายเนื่องจากเขาอนุญาตให้ใช้ ผู้ตายในคดีอาชญากรรม เท่านั้น ดังนั้นทำให้หลายคนจึงแอบใช้วิธีขุดศพที่ตายใหม่ๆ จากหลุม
แล้วนำมาขายให้แพทย์ ซึ่งได้เงินเสียด้วยสิ(ประมาณ 7 ปอนด์ ต่อน้ำหนัก)
แต่ สำหรับแฮร์กับเบอร์คเขามีวิธีหาเงินง่ายกว่าขุดศพมาข ายอีก ก็ฆ่าเหยื่อแล้วสวมรอยเป็นศพที่แอบขุดไง ตอนแรกทำกับคนที่บ้านเช่าของพวกเขา พอนานๆ วันก็หันมาดักฆ่าเหยื่อตามท้องถนนยามค่ำคืนในปี 1827
เอาคนที่เร่ร่อน ไม่หัวนอนปลายเท้า คนอ่อนแอ ไร้พิษสง คนแก่นี้แหละง่ายดี จากนั้นก็มาสวมรอยว่าเป็นศพที่ขุดจากสุสาน หลอกขายให้แพทย์ที่รับซื้อ เสร็จแล้วก็ได้ตังค์เข้ากระเป๋าแบบสบายอุรา 


แฮร์กับเบอร์ค ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ กว่า18 เดือน มีเหยื่อที่ตายด้วยฝีมือของพวกเขา 16 คน (บางเว็บ 30 คน)
และ ผลสุดท้ายก็หยุดลงเมื่อแฮร์ทรยศหักหลังเขาเอาเรื่องน ี้ไปบอกตำรวจเพื่อ แลกกลับการอภัยโทษเขา
ส่งผลให้เบอร์คถูกลงโทษประหารชีวิตเพียงคนเดียว แถมเชือกที่ใช้แขวนคอเขานั้นมันสั้นเกินไป เขาตายอย่างช้าๆ อย่างทรมาณ จากนั้นร่างกายไร้วิญญาณของเขา ถูกส่งให้นักเรียนแพทย์เพื่อใช้ชำแหละศึกษา สอดคล้องกับกฎอังกฤษในลงโทษอย่างเหน็บแนม
เขาทำเงินมากเท่าไหร่?
ใน เวลาต่อมาได้มีการค้นพบสมุดบันทึกประจำวันเกี่ยวกับโ จรกรรม และรายการศพที่ลูกค้าต้องการไว้ จากการตรวจสอบพบว่า ศพที่แพงที่สุดขายให้นักศึกษาแพทย์คือ “ศพ วันที่ 1กรกฎาคม ขายได้เงิน 10 ปอนด์ โดยไม่รวมคนที่เขาฆ่าทั้งหมด 30 คนนะเนี้ย 


อันดับ 4. ผลประโยชน์ของพนักงานดับเพลิง


มาร์คัส ลิซินิอัส แครซซัส (Marcus Licinius Crassus)115?-53 ก่อนคริสตกาล
ใน สมัยโรมัน มีนักการเมืองคนหนึ่งชื่อ มาร์คัส ลิซินิอัส แครซซัสได้มีไอเดียบรรเจิดที่จะสร้างหน่วยดับเพลิงแร กรุ่นแรกของโลกขึ้น โดยใช้กองทหารผสมของเขา
เรื่อง ทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อ แครซซัสได้สังเกตว่าสิ่งก่อสร้างในกรุงโรมเมืองหลวงข องอิตาลีส่วนใหญ่ทำจาก วัสดุที่ติดไฟง่ายและอาคารก็สูงเกินไป และเมื่อไฟติดเมื่อใดละก็นับลองไฟลามทั่วกรุงโรมแน่ๆ ดังนั้นจึง แครซซัส จึงซื้อทาสมา 500 คน และรวมกับทหารเป็นหน่วยดับเพลิง แต่พอถึงเวลาไฟไหม้กรุงโรมจริง แครซซัส กลับไม่ยอมให้ทหารมาดับไฟ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องมีเงินค่าดับไฟมาจ่ายก่อน (ต่อรองในขณะที่ไฟไหม้ทั่วกรุงโรม)

"ดับในอาคารที่กำลังไหม้ไฟต้องจ่าย 30 Talents (ค่าเงินของโรมัน)

"ดับไฟที่ดาดฟ้าต้องจ่าย 72 Talents!"

"20 Talents ถ้าไฟมันไหม้ติดเพื่อนบ้าน(โดนจ่ายแน่นอนเพราะบ้านขอ งโรมันอยู่ติดกัน)"

"ถ้าจะให้วิ่งต้องเงินเพิ่ม10 Talents " 
แน่ นอนประชาชนจำเป็นเองจ่ายเงินตามที่พวกแครซซัสเสนอ และพวกเขายังหาเงินหน้าด้านแบบนี้หลายปี จนกระทั้งพวกลูกหนี้ทนไม่ไหวเลยไปเจรจากับ แครซซัส หัวหน้านักดำเพลิงดู จนสุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ พวกลูกหนี้เลยจัดการ แครซซัสด้วยวิธีสุดลึกล้ำด้วยการมัด และทรมาน แล้วจับกรอกปากด้วยทองคำหลอมละลายซึ่งทำให้เขาตายอย่ างทรมาน
เขาทำเงินมากเท่าไหร่? แครซซัสสะสมเงินที่ได้จากการต่อรองเรื่องดับไฟเท่ากั บรายได้ประจำปีของคลังโรมัน เป็นจำนวนเงินกว่า 7,100 หรือ 200 ล้านดอลลาร์ปัจจุบัน 

อันดับ 3. ทำให้ตนเองพิการแล้วเอาเงินประกัน 

ผู้คนใน เเวนอล ฟลอริดา ผมว่ามันโครตลงทุนเลยนะเนี้ย ที่ townsfolk ของ เเวนนอล มีคดีที่แสนปวดหัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก
เมื่อประชาชนพร้อมใจกันที่จะเสียแขนขาตัวเองเพื่อได้ รับเงินประกันภัยตามที่ ตกลงกันไว้
โดยมีคดีเกิดขึ้นในเมืองนี้กว่า 50 รายในเเวนอล (ประชากร 780 ของพื้นที่).
L.W Burdeshaw ตัวแทนบริษัทประกันภัยบอกว่า ในช่วง ค.ศ. 1982 มี ลูกค้าหลายรายยอมเสียแขนขาเพื่อเอาเงินประกัน
บางคนยอมเอาเลื่อยเลื่อยแขนซ้ายของเขาโดยอ้างว่าได้ร ับอุบัติเหตุขณะทำงาน บางคนสูญเสียมือสองข้างโดนอ้างว่ายิงเหยี่ยวพลาด(น่า เชื่อเนอะ)และ
บางคนใช้วิธีการตัดแขนตัดขาของเขาได้อย่างหลากหลายไม ่ว่าจะเป็น ปืนยาว หรือ เครื่องแทร็กเตอร์ ถือได้ว่าเป็นความพยายามจริงๆ มากกว่าหน้าด้านนะเนี้ย 
เขาทำมากเท่าไหร่? 
ในเมืองนี้ไม่มีใครเลยที่ถูกว่ากระทำผิดฐานโกงเงินปร ะกัน ซึ่ง 38 บริษัท ยินยอมจ่ายเงินให้คนเหล่านี้ โดยไม่สงสัยว่ามันช่างเป็นอุบัติเหตุตลกแต่อย่างใด ในเมื่อเอ็งกล้าทำก็กล้าจ่ายละฟ่ะ แต่ถึงแม้จะมีการฟ้องร้องก็ยากจะให้ลูกขุนเชื่อว่าพว กเขายอมเสี่ยงยอมกล้า ที่จะตัดแขนขาเพื่อเอาเงินประกัน 

อันดับ 2 เอซ. เอซ โฮล์ม 



เมื่อหมอบวกกับวิปริตก็กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่าง เหลือเชื่อ H.H Holmes เป็นหมอที่จบจากมหาวิทยาลัยของมิชิแกน ใน1884 เขาเป็นผู้ชายน่ารัก, หล่อ, เป็น มิตร และน่าหลงไหล เขาเคลื่อนย้ายสู่เมืองชิคาโก ทำงานในเภสัชศาสตร์ถ้าคุณเป็นผู้ชายนิสัยดีคงหยุดแต่ เพียงแค่นี้ แต่ หมอโฮล์มแค่นี้หรอก ปี 1888 หมอ โฮล์มทำการฆาตกรรมเจ้านายของเขา และฮุบร้านของเจ้านายเพื่อเป็นใบเบิกทางการหาเงิน เขากว้านซื้อพื้นที่รอบๆ นั้นเพื่อทำโรงแรมขนาดใหญ่ 



หมอโฮล์มจะต้อนรับแขกของเขาอย่างคุ้มค่าด้วยความตาย ฆ่าโดยการทำให้หายใจไม่ออกอย่างช้าๆ
ในโรงแรมที่แสนสนุกมีทั้ง หอลับ, ประตูลับ, การลื่นไหลกำแพง, ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ซ่อนเร้น ห้องทรมาน ในห้องใต้ดินหมอโฮล์มยังมีเครื่องยืดร่างมนุษย์ที่แสนสนุก แต่ผู้คนจำนวนมากมายต้องเสียชีวิตลง เพื่อที่หมอจะเอากระดูกเหยื่อไปขาย และข้าวของเครื่องใช้เป็นของตนเอง 
หลังจาก 1893 โรงแรมก็ขาดแคลนแขก หมอ โฮล์มและผู้ช่วยเขาร่วมมือกัน ต้มตุ๋น และทำการฆ่าผู้ช่วยเขาด้วยการเผาอำพรางเพื่อเรียกร้อ งเงินประกัน 
และฆ่าเด็กสามคนซึ่งเป็นลูกของผู้ช่วยตาย ก่อนที่จะโดนจับและได้รับโทษประหาร
ทำเขาทำมากเท่าไหร่?
มัน ยากเหลือเกินที่จะเดาว่าหมอโฮล์มได้เงินกี่บาทในการก ารฆ่าคน เพราะเหยื่อเขามีมากเหลือเกินที่เสียชีวิตในโรงแรมเข า
และน่ากลัวเหลือเกินที่หมอโฮล์มเลือกที่จะเก็บความลั บผลประโยชน์ทั้งหมดจน กระทั้งเรื่องทั้งหมดจบลงพร้อมกับการตายของเขา
แต่ในกรณีคดีฆ่าผู้ช่วยเขาหมอโฮล์มสารภาพว่าเขาได้เง ินจากการประกัน $10,000 

1. คูหามรณะ 


ด็อกเตอร์มาร์เซล ปดิต (Dr Marcel Petiot) 1897 – 1946
                  

                  ใครว่าสงครามมีแต่สูญเสีย แต่สำหรับคนบางคนแล้วมันมีแต่ได้กับได้ 
มกราคม1942 เมื่อ นาซีครอบครองฝรั่งเศส ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มันเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยด็อกเตอร์มาร ์เซล ปดิต Marcel Petiot
หมอซึ่งย้ายสู่ชื่อเมืองหลวงของฝรั่งเศส หมดที่ตั้งใจ๊ตั้งใจมาเพื่อรักษาและพยาบาลจิตใจชาวฝร ั่งเศสโดยเฉพาะ(จริงๆ นะ)
ขอบคุณประสบการณ์หมอมาร์เซล เขาทำตามที่เขาตั้งใจจริงๆ แหละ นั้นคือเขาขายยาเสพย์ติด และทำแท้งเถื่อน....................ซึ่งในสงครามโลก 2 ลูกค้าเยอะมากๆ แต่หมอมาร์เซลไม่หยุดแค่นั้นหรอก เพราะเขาเห็นโอกาสของเขาที่จะทำให้เงินสดพิเศษจำนวนหนึ่ง
                 เรื่อง ของเรื่องคือชาวยิวต้องการหนีตายจากพวกนาซี แต่จะหนีไปไหนได้ละนาซีเต็มประเทศไปหมด นั้นเองที่ทำให้หมอมาร์เซลมาเสนอว่าเขาสามารถช่วยชาว ยิวลี้ภัยหลบหนีจาก ประเทศได้
แต่ต้องมีค่าธรรมเนียมหน่อยนะสัก 25,000 เหรียญเงินตราของฝรั่งเศสต่อหนึ่งบุคคล ลูกค้า ชาวยิวจำเป็นต้องจ่ายเพราะชีวิตสำคัญกว่าเงิน
แล้วหมอมาร์เซลก็บอกว่าให้พวกเขาเอาทรัพย์สินข้าวของ เครื่องใช้ทั้งหมดมาที่ บ้านหลังใหญ่เขานะ เดี๋ยวเขาจะพาหนีไปต่างประเทศ 
คุณอาจจะต้องการเพื่อหยุดการอ่านตอนนี้ ถ้าคุณเชื่อว่าเมื่อลูกค้าที่มาถึงบ้านของหมอมาร์เซล 
คงหนีไปประเทศอาร์เจนตินาเรียบร้อย(หมอมาร์เซลอ้างว่ าเป็นจุดหมายปลายทาง) แต่ก่อนหนีคนไข้ของเขาต้องปลูกฝีฉีดยาก่อน และ...................
       6 มีนาคม 1944 (นาซีโดนไล่ออกจากฝรั่งเศส) ตำรวจ บุกบ้านของหมอมาร์เซลทีี่ถูกเผาไหม้ จากนั้นก็พบกองปูนขาวที่ยังไม่ผสมน้ำมากมาย โดยในนั้นมีส่วนของร่างมนุษย์ ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และศพต่างๆไม่สามารถประกอบร่างคนๆได้
ตำรวจยังค้นพบห้องใต้ดินขนาดใหญ่ที่มากมายพอสำหรับเก ็บซ่อนศพ มีเตาสำหรับทำลายศพไร้หัว, และอวัยวะของศพมากมาย

หมอมาร์เซลที่ถูกการจับกุมต่อมา ถูกประหารตัดหัว
ทำเขาทำเงินมากเท่าไหร่? 
หมอมาร์เซลโกยเงินโดยไม่นับเฉพาะค่าธรรมเนียมใหญ่โตของเขา แค่ของมีค่าที่ติดตัวจากผู้ลี้ภัยชาวยิวก็ประมาณค่าไม่ได้แล้ว แต่ถ้าให้ตีเป็นเงินละก็ประมาณ 200 ล้านชื่อเหรียญเงินตราของฝรั่งเศส
ตอน ที่หมอมาร์เซลทำการฆาตกรรมนาซีก็รู้เห็นนะ แล้วแจ้งโดยตรงแก่อาณาจักรไรต์ที่สามของฮิตเลอร์ด้วย
ซึ่งฮิตเลอร์ชอบใจมากๆๆ(ขอบอกว่าหมอกลายเป็นฮีโร่ไปเลย)เพราะหมอช่วยฆ่าชาวยิวให้แถมฮิตเลอร์ยังให้รางวัลแก่เขาอีก โดยให้เหรียญตรากล้าหาญให้หมออีกด้วยนะจะบอกให้
(ถ้าเอาเหรียญนาซีนี้ไปประมูลขายคนบ้าสะสมในปัจจุบัน นี้ละก็รับลองรวยล้นฟ้า)

คัดลอกจาก http://www.richdadthai.com

ตัน ภาสกรนที ผู้ชายตัน ตัน ที่ไม่เคยตัน

ประวัติ ตัน ภาสกรนที นักธุรกิจผู้มีความสามารถทางด้านการตลาดและการจับใจดึงดูดลูกค้า

ประวัติ ตัน ภาสกรนที เกิดวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2502 ณ จังหวัด ชลบุรี แต่เล็กมานั้น คุณตัน ภาสกรนที มักจะชอบค้าขาย และเป็นคนทำงานหนัก เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน คุณ ตัน ภาสกรนที เพื่อนไม่ค่อยจะคบนัก เพราะ มีสิวขึ้นที่ใบหน้า มาทีครึ่งโหล ทำให้เพื่อนๆ ออกห่าง เมื่อคุณ ตัน ภาสกรนที เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ออกมาหางานทำ งานแรกนั้นคุณตัน ภาสกรนที ทำงานที่บริษัท ซากุระ หน้าที่พนักงานโกดัง ขนของทุกอย่างขึ้นเก็บโกดัง เขาเป็นคนที่ขยันและทำงานหนักคน มาก่อนบริษัทเปิด และกลับเป็นคนสุดท้ายของบริษัทเสมอ ด้วยความที่คุณตัน ภาสกรนที ชอบทำงาน มักจะเสนอหน้าไปช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ทำหน้าที่ตัวเองเสร็จก็คือเสร็จ ด้วยความขยันนี้ ทำให้คุณ ตัน ภาสกรนที ได้เลื่อนเป็นผู้จัดการแผนกที่มีอายุน้อยที่สุด
ต่อมา คุณ ตัน ภาสกรนที ได้ลาออกและมาเปิดร้านหนังสือในย่าน ชลบุรี ด้วยวิสัยทัศน์ของเถ้าแก่คุณตันมักจะสังเกตพฤติกรรมลูกค้า ลูกค้าชอบซื้อหนังสือเล่มไหน คุณตัน ภาสกรนที จำได้หมด ลูกค้าไม่ต้องเอ่ยปากซักคำ เดินมาปุ๊บ คุณตัน หยิบหนังสือใส่ถุงยื่นให้ทันที ทำให้ยอดขายร้านหนังสือของคุณตัน ภาสกรนที แซงหน้าเจ้าอื่นๆในย่านนั้น ต่อมานั้นคุณตัน ภาสกรนที  ได้แต่งงานและย้ายมากรุงเทพฯ ภรรยาทำธุรกิจเกี่ยวกับ wedding แต่ต้องขาดทุนไป แต่ต่อมาสามารถสร้างกำไรได้เป็นก่อเป็นกำ ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณ ตัน ภาสกรนที  และเริ่มลงทุนธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรืออื่นๆ แต่คุณต้องขาดทุนไป คุณตัน ภาสกรนที ไม่เคยมีความย่อท้อ อุปสรรคและปัญหามีไว้ให้แก้ เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลดละ ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลและทัศนคติที่ว่า ทำอะไรทำให้ดีที่สุด และต้องเหนือกว่าคนอื่น แปลกแยกกว่าคนอื่น ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ กล้าลุยเมื่อคนอื่นกล้าถอย
เมื่อได้ค้นพบธุรกิจของตัวเอง และสร้างกำไรอย่างมหาศาล ด้วยความคิดนักการตลาดอันเฉียบแหลม โออิชิ ที่สร้างขึ้นมาจาก ตัน ภาสกรนที นั้นวันนี้เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีกำไรวันละหลายล้านบาท  จากนั้นเมื่อได้ขายหุ้นใหญ่ให้กับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ของ คุณ เจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรให้กับคุณ ภาสกรนที และเป็นมหาเศรษฐีได้ ในพริบตา ต้องขอชมเชยในความสามารถในการการตลาดที่เข้าใจความต้องการของ ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และความสามารถดึงดูดลูกค้า สร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ จนมียอดขายในธุรกิจเครื่องดื่มเป็นอันดับต้นๆ

นอกจากนี้แล้วยังขยายธุรกิจอาหารบุฟเฟ่ต์ ร้านอาหารญี่ปุ่น และสร้างจุดเด่นจนวงการธุรกิจบุฟเฟต์ร้อนระอุเลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่คุณ ตัน มักจะจดจำอยู่เสมอคือ ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ คือ เมื่อมีคนบอกไม่ดีนั้นแหละคือโอกาสของเรา
วันนี้คุณ ตัน ภาสกรนที นั้นทำอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ ทัศคติ การอ่านเกมส์วงการธุรกิจ และการลงมือทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีที่สุด สุดท้ายคือต้องทำให้แตกต่างจากคนอื่น  วันนี้คุณ ตัน ภาสกรนที มีธุรกิจมากมาย ทั้งธุรกิจอาหาร , อสังหาริมทรัพย์ , wedding อื่นๆ อีกมายมากและต้องดูต่อไปว่า คุณ ตัน ภาสกรนที คนนี้จะทำอะไรต่อไป

ตัน ภาสกรนที สร้างความแปลกใหม่ให้กับแวดวงการตลาดอีกครั้ง เผย 9 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณจะมีแต่ ภารกิจ ไม่ใช่ ธุรกิจ!
ทุ่มทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เปิดตัว บริษัทไม่ตัน จำกัด สร้างธุรกิจเพื่อนำผลกำไรส่วนตัวและของภรรยา 50% มอบเป็นการกุศลจนครบอายุ 60 และมอบกำไรส่วนตัวและของภรรยาไม่ต่ำกว่า 90% ให้การกุศลหลังจากอายุ 61 เป็นต้นไป “
การดำเนินธุรกิจของ บ.ไม่ตัน ถือเป็นภารกิจ มากกว่าจะเป็นธุรกิจ เนื่องจากจุดมุ่งหมายสูงสุดของ บ.ไม่ตัน อยู่ที่ความสุขมากกว่าผลกำไร และเพื่อเป็นการตอบแทนต่อการที่ผมได้รับโอกาสมากมายในชีวิต จึงได้ก่อตั้ง มูลนิธิตันปันขึ้นเพื่อมอบโอกาสต่อไปยังคนอื่นๆ
งานของมูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นเข้าไปทำงานด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นการมอบโอกาสพื้นฐานที่สำคัญให้กับเด็กๆ ที่ขาดแคลน การเข้าไปมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมก็ด้วยการต้องการทดแทนการใช้ธรรมชาติบางส่วนที่เราใช้ไป และการเข้าไปส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในประเทศก็เนื่องด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ผมคิดว่าหากเราทุกคนรู้จักแบ่งปันมอบโอกาสให้กันต่อไป จะเป็นการสร้างค่านิยมการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับความสุขของคนในสังคม
คุณสามารถติดตามรับชมวิสัยทัศน์ เรื่องราวชีวประวัติ ของคุณ ตัน ภาสกรนที ได้เพิ่มเติมจากรายการ  The Idol ที่นำเสนอต้นแบบและบุคคลเก่งหรือผู้มีความสามารถแนวหน้าในวงการหน้าธุรกิจ นั้นๆ  มีทั้งหมด 3 ตอน ซึ่งคุณจะได้แง่คิดจากปากของเขา และเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน
คุณสามารถรับชมทาง YouTube โดยตรง ในรายการ The Idol สัมภาษณ์ ตัน ภาสกรนที ต้นแบบคนคิดและบุคคลประสบความสำเร็จ


เครดิต:http://men.mthai.com/infocus/33191.html


สำหรับผู้ที่สนใจหารายได้จาก 14 Rich On Net สามารถ สมัครได้ที่นี้ค่ะ








สนใน สมัคร >>>>คลิ๊ก<<<<<


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม >>>>คลิ๊ก<<<<


แรงบันดาลใจจากชายที่ชื่อ สมคิด ลวางกูร

แรงบันดาลใจนี่เป็นสิ่งสำคัญจริงๆนะครับ

ไม่ว่าเราจะทำอะไร ยืนอยู่ ณ จุดไหน หรือกำลังคิด กำลังจะทำอะไร ถ้าเราไม่มีแรงบันดาลใจหรือแรงผลัก แรงกระตุ้นแล้วล่ะก็ จิตใจก็จะพลอยห่อเหี่ยว เพราะฉะนั้นเราควรสร้างหรือหาแรงบันดาลใจไว้ เมื่ออ่อนล้า หมดแรงก็หยิบมาใช้ เพื่อให้ชีวิตก้าวต่อไป
ผมชอบอ่าน ฟัง หรือดูพวกประวัติชีวิตของคน จากคนที่ไม่ค่อยมีอะไรเลยจนกลายเป็นสุดยอดคนได้ อันที่จริงเราไม่รู้หรอกว่า ที่เขาเล่ามานั้น มันโม้หรือเกินจริงไปมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพลังของสิ่งที่เรารับรู้ต่างหาก หากสิ่งที่เขาเล่ามามันไปกระทบกับเรา เกิดพลังให้เราลุกขึ้นมาสู้ เอาเยี่ยงอย่าง นั่นคือผลที่ดีที่สุดของเรื่องเล่านั้นๆ แล้ว
ส่วนเขาจะโม้มาแค่ไหนนั่นไม่สำคัญแล้วล่ะประเด็นนี้
ผมอยากให้เพื่อนๆ ลองดูคลิปนี้นะครับ
เป็นคลิปของชายคนหนึ่งที่เล่าชีวิตของตัวเองได้อย่างน่าตื่นเต้น เร้าใจ และหยาบคาย ฮ่าๆ คลิปนี้มีความยาวชั่วโมงกว่า แต่ถ้ามีเวลาอยากให้ทุกคนฟังกัน เพราะผมฟังแล้วเกิดพลังมหาศาล (ตรงนี้แล้วแต่พื้นฐานแต่ละคนนะครับ บางคนฟังแล้วคล้อยตาม เกิดแรงบันดาลใจ ขณะที่บางคนฟังแล้ว ไม่อินเลย) คลิปนี้ผมดูไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง และ Convert เป็นไฟล์ mp3 ไปเปิดฟังในรถอีก (เดี๋ยวผมจะแถมลิงค์ดาวน์โหลดไฟล์ mp3 ให้ครับ) ส่วนใครที่อาจจะมีเวลาไม่มากหรืออยากฟังประวัติคร่าวๆ ลองอ่านที่ผมจะเขียนให้อ่านก็ได้ครับ ด้านล่างคลิป
http://www.youtube.com/watch?v=UZT4v0HsssQ
เขาชื่อสมคิด ลวางกูร
ตอนที่เกิดนั้นยากจนมาก อยู่กับแม่และแม่ก็พาไปอยู่กับพระที่วัดเมื่ออายุได้ 2 ขวบ ตอนแรกนั้นเขาบอกว่านึกว่าเป็นลูกพระ ฮ่าๆ เรียกได้ว่าเป็นเด็กวัดมาตั้งแต่จำความได้ล่ะครับ ตอนยังเด็กนั้นเป็นเด็กวัดยากจนมาก มากขนาดที่ต้องแย่งหมากิน เขาเล่าตอนนี้ว่า “เพื่อนซื้อลูกชิ้นปิ้งมากิน ไอ่ผมน่ะไม่เคยกินหรอก อยากกินแต่ไม่มีเงินซื้อ พอเพื่อนมันกัดครั้งหนึ่งมันกัดแรงไป ลูกชิ้นลูกหนึ่งตกลงพื้น ผมก็มองหน้ากะหมา ผมกับหมาผมเร็วกว่ามันเยอะ เอาตีนกันหมาไว้ พอเพื่อนไปก็แอบเอามาปัดฝุ่นกิน โอย มันข่างอร่อย หวาน…) นี่แหละครับที่มาของคำว่าแย่งหมากิน
เขารู้สึกว่าทำไมชีวิตมันต้องลำบากขนาดนี้ ทำไมมันบัดซบขนาดนี้ มีความคิดว่าถ้ารวยแล้วทุกอย่างคงดีขึ้น อยากรวย วันหนึ่งมีพระองค์หนึ่ง แกมาจากกรุงเทพ ก็ไปถามแก อยากรวยทำยังไง พระบอก ถ้ามึงอยากรวยมึงต้องมีความรู้ ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ จากนั้นก็เขาแหละครับ ตะลุยอ่านหนังสือจนหมดวัด ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งของ เดล คาร์เนกี เป็นหนังสือเก่ามาก ไม่มีปก ในหนังสือเล่มนั้นบอกเขาว่า
“คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องมีเป้าหมาย”
คร่าวๆนะครับ ตรงนี้ เดล คาร์เนกี บอกว่า ให้คุณตั้งเป้าหมายที่ใหญ่จนเกือบจะทำไม่ได้ ให้เวลาที่เหมาะสมกับเป้าหมาย จากนั้นก็ประกาศให้โลกรู้ ลงมือทำทันที และอย่าหยุดจนกว่าจะถึงเป้าหมาย
เด็กวัดยากจนอย่างสมคิด ลวางกูร ระเบิดเป้าหมายของตนเองออกมา 5 ข้อ ได้แก่ ก่อนอายุ 25 จะมีเงิน 1 ล้านบาท จะได้ทำงานบนเครื่องบิน จะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ จะไปเที่ยวรอบโลก จะมีเมียเป็นนางงาม ฮ่าๆ
จากนั้นก็ประกาศให้โลกรู้ ฮ่าๆ ใครมันจะไปประกาศล่ะครับ คิดยังอายเลย เก็บงำไว้ในใจ วันหนึ่งไปเที่ยวเล่นเฮฮา กลับมาถึงวัดค่ำไปหน่อย เพื่อนเก็บแกงเนื้อมะเขือพวงไว้ให้ ปรากฏว่าแกงเน่า ข้าวบูด ก็ล้างกินไปตามนั้น เพราะไม่กินก็ไม่ได้ มันหิว ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจจึงระเบิดเป้าหมายทั้ง 5 ข้อให้เพื่อนฟัง ได้ประกาศเป้าหมายนับแต่วันนั้น
1078183_13647396
เมื่อประกาศเป้าหมายแล้วก็ต้องหาทางเดินไปสู่เป้าหมาย ตอนนั้นเขาอายุ 13 ปี ไปเจอเรื่องราวของชาติชาย เชี่ยวน้อย นักมวยชื่อดังของไทยขึ้นชกได้ไฟล์ละล้าน ชกมา 10 ปีได้เป็นแชมป์โลก สมคิดก็จะเอาอย่างบ้าง ตอนนี้อายุ 13 ชกอีก 10 ปีก็อายุ 23 ได้เป็นแชมป์โลก ตามเป้าเลย มีเงินล้านก่อนอายุ 25
ปรากฏว่าชกไปได้ 5 ปี ก็ต้องเลิก เพราะแม่ดันไปเจอเข้า ก่อนหน้านี้หลอกแม่มาตลอดเรื่องชกมวย พอแม่รู้เข้าแม่ขอร้องให้เลิกชก ก็คิดได้ว่า ตลอดชีวิตนี้แม่ทำงานหนักมาตลอด เขาก็ไม่อยากทำให้แม่ลำบากใจ จึงตัดสินใจเลิกชก ตอนนั้นอายุได้ 17 ปี
พอเลิกชกก็ตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มีคนบอกให้ไปอยู่ร้านอาหาร เพราะไม่ต้องกลัวอดตาย ที่ซุกหัวนอนก็มี เขาไปเสิร์ฟอาหาร แต่ด้วยความที่รักดีก็ไปลงทะเบียนเรียนไว้ด้วย ช่วงนั้นชีวิตลำบาก มาอยู่กรุงเทพต้องทำงาน เรียน ส่งเงินให้แม่ ส่งเงินให้น้อง รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ก็มีคนแนะนำให้ไปทำอาบ อบ นวด
สมคิดไปทำอาบ อบ นวด ช่วยชงเหล้าให้แขก รายได้ดีมากๆ ตอนนั้นคิดจะเสิร์ฟเหล้าให้ได้ล้านเลยทีเดียว แต่เมื่อเขาอยู่กับสิ่งแวดล้อมแบบนั้น มนุษย์เดินดินคนนี้ก็หนีไม่พ้น ห่วงโซ่อบายมุข สุดท้ายเขาติดเหล้า ติดผู้หญิง ติดการพนัน ติดยาเสพติด ติดทุกอย่างที่ไม่ดี แต่เขาไม่อยากติด เขาอยากเลิก แต่มันเลิกไม่ได้เพราะสิ่งแวดล้อมมันยั่วยุเหลือเกิน
ตอนนั้นเขาอายุได้ 21 ปี ตัดสินใจสมัครเป็นทหารเกณฑ์ ตอนนี้เองที่เลิกอบายมุขทุกอย่างได้ พอจะครบปลดประจำการ นายดันชอบ จะติดยศให้ ให้แฟลชหลังหนึ่ง พร้อมรถประจำตำแหน่ง โอโห ชีวิต
ตอนเดียวกันนั้น แม่ซึ่งไปเป็นคนรับใช้บ้านเจ้านายซึ่งทำงานการบินไทย ก็บอกให้สมคิดไปสอบการบินไทย เขาก็ไปทั้งที่ใจจะเป็นทหารอยู่แล้ว พอไปปรากฏว่าได้ ฮ่าๆ ชีวิต ตอนนี้ได้งาน 2 อย่างพร้อมกัน เขาต้องตัดสินใจ
เดล คาร์เนกี บอกไว้ว่าเมื่อมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตหรือช่วงที่ต้องตัดสินใจให้กลับไปมองดูเป้าหมาย สมคิดมองเป้าหมายทั้ง 5 ข้อ ของเขา และการบินไทยตอบโจทย์นั้นได้มากกว่าการเป็นทหาร สุดท้ายเขาเข้าทำงานที่การบินไทย แผนกครัวการบินไทย
ช่วงที่ทำงานที่การบินไทย เขาก็เรียนภาษาอังกฤษต่อด้วย นั่นทำให้ภาษาอังกฤษเขาพัฒนา เมื่อทำงานครบ 2 ปี เขาลาออกจากการบินไทย ไปทำงานกับสแกนดิเวียนแอร์ไลน์ (SAS)
ที่นี่เองที่เขาพัฒนาตัวเองถึงขั้นที่สุด สแกนดิเวียนแอร์ไลน์ (SAS) เป็นบริษัทจัดการสนามบินเปิดใหม่ทั่วโลก สมคิดซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฝ่ายปฏิบัติการสนามบิน ได้เข้าทำงาน และอาสาปฏิบัติงานต่างๆ จนสำเร็จ ได้เลื่อนขั้นทุกๆ ครึ่งปี เขาบอกว่า
“ตั้งแต่ทำงานที่สแกนดิเวียนแอร์ไลน์ (SAS) มา ยังไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่จะเก่งกว่าผม”
ตอนอายุ 25 ปี เขากางสมุดบัญชีออก ตรวจสอบเป้าหมายชีวิต ไม่มีข้อไหนบิดพลิ้ว
ความจริงเรื่องราวยังมีต่อ
เป็นเรื่องหลังจากเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดทั้งมวลมาได้ และกลับมาหายนะอีก ฮ่าๆ แต่อยากให้ท่านไปดูเองจากคลิป หรือจากหนังสือของคุณสมคิดก็ได้ครับ

ธรรมเนียบ ผู้ประสบความสำเร็จ14 Rich On Net


                                                                  You were born to win,

but to be a winner, you must
plan to win, prepare to win,
and expect to win.



เราทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ และผู้ชนะที่แท้จริงต้องไม่ย่อท้อ รู้จักอดทนรอวันที่ชัยชนะจะมาถึง






คุณหนึ่ง หนึ่งในผู้มีรายได้จาก richonnet



                                                                  




Risks must be taken,

because the greatest
hazard in life is to risk nothing.



ความล้มเหลวที่น่ากลัวที่สุด คือ การกลัวที่จะเริ่มต้นเสียตั้งแต่แรก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี้ >>>>คลิ๊ก<<<<